เมื่อพูดถึง “ตู้คอนเทนเนอร์” ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้นลักษณะของตู้ขนาดใหญ่สำหรับใช้ในการขนส่งสินค้าจำนวนมาก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คืออีกปัจจัยสำคัญของการส่งสินค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ถึงที่หมายได้อย่างไร้กังวล ปกป้องสินค้าจากความเสียหายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้นจะขอพามาทำความรู้จักกันแบบละเอียดเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ในแบบคุ้มค่ามากที่สุด

 

ตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร?

ตู้คอนเทนเนอร์ คือ ตู้สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ผลิตด้วยเหล็ก หรืออลูมิเนียม มีจุดประสงค์หสำคัญเพื่อใช้ในการขนถ่ายสินค้าทางเรือ และการขนส่งทางบกกับรถบรรทุก ส่วนมากจะเป็นสินค้าที่ต้องใช้เวลาในการขนส่งนานกว่า 10 – 15 วันขึ้นไป (สำหรับทางเรือ) ปัจจัยสำคัญต้องถูกสร้างด้วยความแข็งแรงทนทาน มีประตู 2 ด้าน พร้อมระบบล็อกแน่นหนาเพื่อความปลอดภัยในระหว่างขนย้าย ซึ่งกลุ่มสินค้าแต่ละประเภทจะเลือกใช้ตู้คอนแทนเนอร์แต่ละแบบแตกต่างกันออกไป

 

ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์

สำหรับตู้คอนเทนเนอร์จะมีอยู่ 4 ประเภท ซึ่งถูกใช้งานแตกต่างกันออกไป ตามความเหมาะสมของสินค้านั้น ๆ ประกอบไปด้วย

1. ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Dry Cargoes / Dry Box

ตู้ชนิดนี้ถือเป็นตู้มาตรฐานที่พบเห็นมากที่สุด เหมาะกับการใช้ขนสินค้าทั่วไปแบบไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ น้ำหนักไม่มาก และขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ช่วยให้การขนย้ายจากต้นทางถึงปลายทางมีคุณภาพ

2. ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Flat Rack

เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดโล่งทั้งด้านบนและด้านล่าง เหมาะกับการใช้ขนสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความกว้าง หรือความสูงมากกว่าปกติ ขนาดของตู้มีทั้งแบบ 20 ฟุต (ตู้สั้น) และ 40 ฟุต (ตู้ยาว)

 

3. ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Open Top

ตู้คอนเทนเนอร์ประเภทนี้จะมีการเปิดโล่งด้านบน ไม่มีหลังคา จะใช้ในการขนส่งสินค้าที่มีความสูงมากเป็นพิเศษ หรือสินค้าที่ต้องวางตามแนวตั้งและความสูงเกินจากขนาดคอนเทนเนอร์ทั่วไป

4. ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Refrigerator Cargoes / Reefer

ตู้คอนเทนเนอร์ประเภทที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ เหมาะสำหรับการใข้ขนสินค้าที่ต้องเน้นอุณหภูมิคงที่ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เป็นต้น มีต้นทุนสูงกว่าปกติ แต่เพื่อช่วยให้สินค้าภายในยังคงสภาพได้ดี

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ประโยชน์ในหลายด้านมากขึ้น เช่น การทำเป็นที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ ร้านอาหาร ที่พัก และอื่น ๆ เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้เกิดขึ้น จึงเป็นอีกไอเดียน่าสนใจมากทีเดียว